ความหมายและความสำคัญของหลักสูตรวิชาศึกษาทั่วไป
คณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการแห่งประเทศไทยได้กำหนดให้วิชาศึกษาทั่วไปเป็นองค์ประกอบ หนึ่งของหลักสูตรอุดมศึกษาระดับปริญญาตรี เพราะปรัชญาของการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา คือมุ่งเน้นการผลิตบัณฑิตให้มีความรอบรู้ทั้งภาคทฤษฏีและภาคปฏิบัติ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์อย่างเป็นระบบ หมั่นแสวงหาความรู้ด้วยตนเองและสามารถติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นได้เป็นอย่าง ดี วิชาศึกษาทั่วไปเป็นวิชาที่ถือว่าสำคัญอย่างยิ่งต่อความเป็นบัณฑิตเพราะเป็น ส่วนที่ช่วยเสริมสร้างคุณลักษณะของบัณฑิตที่พึงประสงค์ในภาพรวม
รายวิชาศึกษาทั่วไปในประเทศไทยมีพัฒนาการที่ยาวนานย้อนไปเกือบ 30 ปีที่แล้ว รายวิชาศึกษาทั่วไปแต่ก่อนเรียกว่าวิชาพื้นฐาน เพราะมีการกำหนดให้ผู้เรียนศึกษาวิชาประเภทพื้นฐานก่อนที่จะไปศึกษาวิชา เฉพาะหรือวิชาชีพเพื่อเตรียมศึกษาวิชาเฉพาะที่เจาะลึก ต่อมานักการศึกษาไทยหลายท่านเสนอแนวคิดว่ารายวิชาศึกษาทั่วไปไม่น่าจะเป็น รายวิชาพื้นฐานของวิชาเฉพาะเพราะมีเป้าหมาย ซึ่งต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเจนและเป็นวิชาที่จบสิ้นภายในวิชานั้น ๆ
มักจะมีผู้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการผนวกรวมรายวิชาศึกษาทั่วไปเข้าเป็นส่วน หนึ่งของหลักสูตร ว่ามีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด หลายคนอาจจะมองเพียงว่าเป็นรายวิชากลุ่มหนึ่งที่เพิ่มขึ้นมาและทำให้จำนวน รวมของหน่วยกิตทั้งหมดเพิ่มขึ้นมากเกินความจำเป็น และหากจำเป็นต้องตัดรายวิชาในหลักสูตรทิ้งไปบ้างเพื่อให้หน่วยกิตของหลัก สูตรลดลง รายวิชาศึกษาทั่วไปจะเป็นเป้าหมายอันดับแรกเพราะมองว่าเป็นรายวิชาที่ไม่ สำคัญนักต่อการศึกษาเพื่อประกอบวิชาชีพ ทัศนคติที่มีต่อรายวิชาศึกษาทั่วไปเช่นนี้อาจจะไม่ถูกต้องนักในสายตาของผู้ ที่มองภาพของการศึกษาว่าเป็นองค์รวมและบัณฑิตต้องมีคุณลักษณะอื่นๆที่นอก เหนือจากการได้องค์ความรู้เพื่อการประกอบวิชาชีพ
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต) (2550) ให้คำจำกัดความของรายวิชาศึกษาทั่วไปอย่างชัดเจนว่าวิชาศึกษาทั่วไปมีจุด มุ่งหมายอยู่ที่การสร้างบัณฑิต ส่วนวิชาชีพเป็นเหมือนการสร้างเครื่องมือให้บัณฑิตวิชาศึกษาทั่วไปมีหน้าที่ ทำคนให้เป็นบัณฑิตหรือสร้างบัณฑิต มีบทบาทโดยตรงในการพัฒนาคนเพื่อให้บุคคลแต่ละคนเป็นคนที่สมบูรณ์ มีชีวิตที่ดีงามประณีตประเสริฐสมกับความเป็นมนุษย์ หรืออาจจะเรียกว่าเป็นคนเต็มคน มีชีวิตที่มีอิสรภาพและมีความสุข การศึกษามีหน้าที่พัฒนาคนในสองด้าน กล่าวคือ 1) การพัฒนาตัวมนุษย์ให้มีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีชีวิตที่ดีงาม มีความสุข มีอิสรภาพ และ 2) การพัฒนาคนในฐานะที่เป็นทรัพยากรมนุษย์ คือเป็นทุนที่จะนำไปใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ถ้าวิเคราะห์แนวคิดเบื้องต้นนี้อย่างถี่ถ้วนแล้วกล่าวได้ว่าการจัดการศึกษา รายวิชาศึกษามีความสำคัญอย่างยิ่งซึ่งท่านถึงกับกล่าวว่า “จะสอนวิชาเฉพาะวิชาชีพให้ใช้ผู้เชี่ยวชาญ แต่จะสอนวิชาพื้นฐาน ต้องใช้นักปราชญ์”
นักการศึกษาไทยท่านอื่น ๆ ที่ได้มีส่วนร่วมพัฒนาการจัดการศึกษารายวิชาศึกษาทั่วไปตั้งแต่แรกเริ่ม มีความเห็นสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน (2552) กล่าวว่า วงการอุดมศึกษาไทยได้ให้ความสำคัญเรื่องการศึกษาทั่วไปหรือวิชาศึกษาทั่วไปมาโดยตลอดเริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2517 ซึ่งเป็นผลจากการวิเคราะห์หลักสูตรของการอุดมศึกษาไทย 5 แห่ง พบว่าเป็นการจัดการเรียนการสอนแนววิชาชีพในวงแคบ หลักสูตรในยุคนั้นต้องการดึงคนไปสู่สาขาวิชาชีพและมหาวิทยาลัยในยุคนั้น เหมือนโรงเรียนอาชีวะชั้นสูง การจัดการเรียนการสอนรายวิชาศึกษาทั่วไปมีมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์เป็นผู้นำในปี พ.ศ. 2517 จัดเป็นส่วนประกอบสำคัญของการศึกษาขั้นปริญญาตรี (พ.ศ. 2552) และได้ผ่านกระบวนการพัฒนาปรับปรุงมาจนถึงปัจจุบัน ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ได้ให้ความหมายรายวิชาศึกษาทั่วไปว่าเป็นการศึกษาที่จำเป็นสำหรับทุกคน ความเป็นบัณฑิตจะวัดกันที่ว่ามีความเป็นคนอยู่แค่ไหน มีความเป็นนักวิชาชีพอยู่แค่ไหน หรือที่เรียกว่า Manhood (ความเป็นคน) กับ Manpower (กำลังคน) คนที่เป็นบัณฑิตจะต้องมีทั้ง 2 ด้าน แนวคิดดังกล่าวนำมาเชื่อมโยงกับนโยบายคุณธรรมนำความรู้ที่เน้นความเป็นคนดี มีความรู้และอยู่เย็นเป็นสุข จรัส สุวรรณเวลา (2553) ได้ให้คำแนะนำว่า ในทางปฏิบัติการศึกษาทั่วไปอาจจัดการเรียนการสอนและประสบการณ์การเรียนรู้ ไว้ในลักษณะหลากหลายเพื่อให้ตรงตามความประสงค์และความถนัดของผู้เรียน อาจจัดให้มีการสอบที่เหมาะสมเพื่อให้ผู้เรียนมีแรงกระตุ้นให้ไปหาข้อมูลและ ความรู้เหล่านั้น ท่านเจ้าคุณพระธรรมปิฎก (2538) และ ศาสตราจารย์นายแพทย์เกษม วัฒนชัย (2538) เชื่อว่าวิชาศึกษาทั่วไปเป็นวิชาสร้างคน
คณะกรรมการการอุดมศึกษากระทรวงศึกษาธิการแห่งประเทศไทยได้กำหนดคำนิยามและแนวทางการจัดการเรียนการ สอนรายวิชาศึกษาทั่วไปดังนี้
“หมวดวิชาศึกษาทั่วไป หมายถึง วิชาที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความรอบรู้อย่างกว้างขวาง มี โลกทัศน์ที่กว้างไกล มีความเข้าใจธรรมชาติ ตนเอง ผู้อื่น และสังคม เป็นผู้ใฝ่รู้ สามารถคิดอย่างมีเหตุผล สามารถใช้ภาษาในการติดต่อสื่อสารความหมายได้ดี มีคุณธรรม ตระหนักในคุณค่าของศิลปะและวัฒนธรรมทั้งของไทยและของประชาคมนานาชาติ สามารถนำความรู้ไปใช้ในการดำเนินชีวิตและดำรงตนอยู่ในสังคมเป็นอย่างดี”
สถาบัน อุดมศึกษาอาจจัดวิชาศึกษาทั่วไปในลักษณะจำแนกเป็นรายวิชาหรือลักษณะบูรณาการ ใด ๆ ก็ได้ โดยผสมผสานเนื้อหาวิชาที่ครอบคลุมสาระของกลุ่มวิชาสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ภาษา และกลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์กับคณิตศาสตร์ในสัดส่วนที่เหมาะสมเพื่อให้บรรลุ วัตถุประสงค์ของวิชาศึกษาทั่วไปโดยให้มีหน่วยกิตรวมไม่น้อยกว่า 30 หน่วยกิต”
(ประกาศกระทรวงศึกษา เรื่องเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับปริญญาตรี พ.ศ.2548)
The Burgen Community College Committee on General Education (Cronk, 2004) เป็นงานชิ้นหนึ่งที่ได้ศึกษาและรวบรวมความหมายและระบบของศึกษาทั่วไปของ สถาบันการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสหรัฐอเมริกา 8 แห่ง ได้แก่ Ventura College, Bergen Community College, University of Cincinnati, Eastern Kentucky University, Anderson College, Washington State University, New Mexico State University, Salisbury State University และข้อมูลจาก NJ Administrative Code รวมความว่าแนวคิดของศึกษาทั่วไปจากงานชิ้นนี้คือการสร้างคนให้เป็นผู้มีความ รู้ดี มีความคิดดี มีอิสระเสรี มีวัฒนธรรม และเข้าใจความเป็นมนุษย์อย่างลึกซึ้ง เน้นการเรียนรู้ร่วมกัน ซึ่งตรงกันข้ามกับการศึกษาที่เน้นตัวบุคคลหรือการเรียนเพื่อให้รู้ลึกเฉพาะ สาขาวิชา ความคาดหวังของคนทั่วไปกับผู้ที่ผ่านการเรียนรายวิชาศึกษาทั่วไป คือต้องเข้าใจความเป็นมนุษย์ รู้ซึ้งในคุณค่าของมนุษย์ และการอยู่ร่วมกันเป็นสังคมโลก การจัดการเรียนรู้ในรายวิชาศึกษาทั่วไปเน้นการส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ ทักษะเชิงคณิตศาสตร์ ทักษะวิจัย ทักษะการสื่อสาร จินตนาการ และทักษะเชิงวัฒนธรรม นั่นหมายถึงสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เห็นความสำคัญของรายวิชาศึกษาทั่วไปว่าต้องจัดให้มีขึ้นเพื่อพัฒนาตัวตนของ ผู้เรียน การมีความรู้ลึกในสาขาที่ผู้เรียนชำนาญเพียงประการเดียวอาจจะไม่เพียงพอ
คณะกรรมการรายวิชาศึกษาทั่วไปของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดกล่าวไว้ในรายงานของ คณะทำงานว่ารายวิชาศึกษาทั่วไปมุ่งเน้นให้บัณฑิตนำความรู้ที่ได้จากรั้ว มหาวิทยาลัยทั้งในและนอกห้องเรียนไปประยุกต์ใช้ในบริบทของชีวิตในอนาคตซึ่ง สามารถสรุปได้ว่ารายวิชาศึกษาทั่วไปเป็น “รายวิชาชีวิต” รายวิชาศึกษาทั่วไปเน้นการตระหนักรู้ของผู้เรียนเกี่ยวกับความเป็นมนุษย์และ ความเป็นธรรมชาติของโลกที่ตนเองอยู่อาศัย ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ตนเอง คิดทบทวนเรื่องความเชื่อและทางเลือกต่าง ๆ สามารถวิจารณ์ข้อสันนิษฐานและแรงกระตุ้นในรูปแบบต่าง ๆ ผู้เรียนจะมีโอกาสเรียนรู้การแก้ปัญหาโดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ เข้าใจโลกรอบ ๆ ตัว และมีความรอบรู้ในประเด็นต่าง ๆ ทั้งในระดับบุคคล วิชาชีพและสังคม (Report of the Task Force on general Education, Harvard University, 2007) ศาสตราจารย์แฮมมอนด์ อธิการบดีหญิงคนแรกของฮาร์วาร์ดกล่าวว่าวิชาศึกษาทั่วไปเป็นหลักสูตรใหม่ที่ เหมาะสมกับศตวรรษใหม่ (2010)
ในประเทศเพื่อนบ้านของไทย เช่น ประเทศมาเลเซียและประเทศสิงคโปร์ได้ให้ความสำคัญกับรายวิชาศึกษาทั่วไปอย่าง มากเช่นกัน มหาวิทยาลัยมาลายาจัดรายวิชาศึกษาทั่วไปเป็นรายวิชาที่บริหารจัดการโดยส่วน กลางเรียกว่า University courses เน้นการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผลการเรียนรู้ ที่เกิดขึ้น (learning outcomes) ตามเกณฑ์ของ The Malaysian Quality Frameworks (MQF) นักศึกษาทุกคนต้องเลือกเรียนอย่างน้อย 3 รายวิชา จากรายวิชาเช่น 1) Islamic Education and Ethnic Values (สำหรับนักศึกษาพื้นเมือง) 2) Introduction to Malaysia (สำหรับนักศึกษาต่างชาติ) 3) Information Skills 4) English Communication 5) Basic Entrepreneurial Skills ในส่วนของศึกษาทั่วไปที่เรียกว่า University courses นั้นมีประมาณ 15-20 หน่วยกิต (ประมาณ 9 รายวิชา) ในประเทศมาเลเซียรายวิชาศึกษาทั่วไป จะแตกต่างกันไปแล้วแต่มหาวิทยาลัย การจัดรายวิชาศึกษาทั่วไปขณะนี้มุ่งเน้นความสามารถในการเป็นเจ้าของกิจการ ทักษะชีวิต และทักษะการเป็นผู้นำ ด้วยวัตถุประสงค์ให้นักศึกษาที่เรียนจบสามารถเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมได้ อย่างกลมกลืน ตัวอย่างเช่น วิชาจริยธรรมของวิศวกรถือเป็นส่วนหนึ่งของศึกษาทั่วไปเพราะจะช่วยสร้างทักษะ ชีวิตในการทำงาน ในกรณีที่นักศึกษาไม่ผ่านการประเมินในด้านทักษะบุคคล/ทักษะชีวิต (soft skills) ต้องไปเข้ารับการอบรมเข้มตอนอยู่ชั้นปีที่ 4 รวมทั้งมีการอบรมด้านทักษะสารสนเทศ (Information Technology) บุคลิกภาพ (Personality) การวางตัว (Grooming) และภาษาอังกฤษ(English)
ทักษะบุคคล/ทักษะชีวิต (soft skills) ที่กำหนดโดย The Malaysian Quality Framework (MQF) แบ่งเป็น 7 ด้านดังนี้
- ทักษะการสื่อสาร(Communication)
- ทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์(Critical thinking)
- ทักษะการทำงานเป็นทีม (Teamwork skills)
- ทักษะการเป็นผู้นำ (Leadership skills)
- ทักษะการเป็นเจ้าของกิจการ (Entrepreneurial skills)
- คุณธรรมและจริยธรรม (Ethics)
- ทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong learning skills)
แต่มหาวิทยาลัยมาลายาได้กำหนดเพิ่มทักษะที่ 8 เป็นผลของการเรียนรู้เพิ่มขึ้น ไว้ด้วยคือ ความรับผิดชอบต่อสังคม (Social responsibility) มหาวิทยาลัยใช้วิธีการติดตามนักศึกษาผ่านระบบของมหาวิทยาลัยตั้งแต่ลง ทะเบียน (Integrated student information) ผู้เรียนจะได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทะเบียนโดยมีอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นผู้ ดูแลเพื่อสร้างทักษะที่แตกต่างหลากหลาย ส่วนผู้ประสานงานรายวิชาทักษะบุคคล/ทักษะชีวิต (soft skills) สามารถเข้าสู่ระบบเพื่อมาติดตามผลการเรียนของผู้เรียน เก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆ ของผู้เรียนและมอบประกาศนียบัตรแสดงข้อมูลสำคัญเป็นส่วนๆ ให้ในตอนท้าย (ข้อมูลจากการประชุมร่วมกันระหว่างเครือข่ายศึกษาทั่วไปแห่งประเทศไทยกับผู้ แทนของมหาวิทยาลัยมาลายาที่ห้อง Court Room ในวันที่ 24 มีนาคม 2553 ระหว่างเวลา 9.00-11.30 น.)
National University of Singapore จัดทำ NUS Education Framework ของตนเองและจัด General Education เป็นกลุ่ม ๆ ให้หลักสูตรเลือกตามความเหมาะสม แต่กำหนดเป็น 20% ของเนื้อหาของหลักสูตรกลุ่มของศึกษาทั่วไปแบ่งเป็น
- การเรียนรู้การเป็นพลโลกเพื่อจะได้เข้าใจสังคมโลก (Global Learning) เช่น การเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาทั้งในและต่างประเทศ
- การเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-directed Learning)
- การบริหารจัดการ (Management)
- การเป็นเจ้าของกิจการ (Entrepreneurship)
- การเรียนรู้เชิงบูรณาการระหว่างสาขาและหลากหลายสาขาร่วมกัน (Multidisciplinary and Interdisciplinary Learning) แบ่งเป็นสายมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ (humanities and social sciences), วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ (science and mathematics) และสาขาอาชีพต่าง ๆ (professional disciplines)
(ข้อมูลจากการประชุมข้อมูลจากการประชุมร่วมกันระหว่างเครือข่ายศึกษาทั่วไปแห่งประเทศไทยกับผู้แทนของมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ในวันที่ 25 มีนาคม 2553 ระหว่างเวลา 9.30-11.30 น.)
ในด้านแนวทางการบริหารจัดการหลักสูตร คณะกรรมการการอุดมศึกษาได้ออกประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องแนวทางการบริหารเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2548 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
“การจัดการศึกษาทั่วไปมีเจตนารมณ์เพื่อเสริมสร้างความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์โดยให้ศึกษารายวิชาต่าง ๆ จนเกิดความซาบซึ้งและสามารถติดตามความก้าวหน้าในสาขาวิชานั้นได้ด้วยตนเอง การจัดการเรียนการสอนควรจัดให้มีเนื้อหาวิชาที่เบ็ดเสร็จในรายวิชาเดียว ไม่ควรมีรายวิชาต่อเนื่องหรือรายวิชาชั้นสูงอีกและไม่ควรนำรายวิชาเบื้องต้นหรือรายวิชาพื้นฐานของวิชาเฉพาะมาจัดเป็นวิชาศึกษาทั่วไป”
สรุปว่าสถาบันการศึกษาจำนวนมากและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญต่อการ จัดการเรียนการสอนรายวิชาศึกษาทั่วไปแบบเน้นให้ผู้เรียนพัฒนาให้ตนเองมีความ รอบรู้ในทุกด้านสามารถจัดการบริหารชีวิตของตนเองเพื่อให้ได้อยู่ในโลกสมัย ใหม่อย่างมีความสุขและทำประโยชน์ให้กับชุมชน ประเทศชาติและสังคมโลก ไม่เน้นการเจาะลึกเนื้อหาวิชาเฉพาะ