คติชนเกาะลันตา ศึกษาวิถีอูรักลาโวย
เมื่อวันที่ 11-12 มกราคม 2568 หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาภาษาไทย สำนักวิชาครุศาสตร์และศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นำโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ทัดดาว รักมาก หัวหน้าสาขาวิชาภาษาไทย และอาจารย์อนุชสรา เรืองมาก อาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชา THA62-203 คติชนวิทยา พร้อมด้วยอาจารย์-นักวิชาการ 4 ท่าน และนักศึกษาสาขาภาษาไทย ชั้นปีที่ 2 จำนวน 25 คน ร่วมกิจกรรมเรียนรู้ภาคสนาม ณ เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจหลากหลายตลอดทั้งสองวัน
วันแรก คณะเรียนรู้ภาคสนาม ศิลปศาสตร์เอกไทยวลัยลักษณ์ ศึกษาวิถีชีวิตชาวเลอูรักลาโวย (สะกดแบบคนท้องถิ่นว่า “อูรักลาโวยจ”) ณ ชุมชนโต๊ะบาหลิว โดยมีคุณเดียว ทะเลลึก ผู้นำชุมชนเป็นวิทยากร นักศึกษาได้เรียนรู้ว่า ชุมชนชาวเลโต๊ะบาหลิว เป็นชุมชนเก่าแก่ของชาวเลอูรักลาโวยจบนเกาะลันตา มีอายุยาวนานกว่า 80 ปี ดำรงชีวิตด้วยการทำประมงโดยอาศัยภูมิปัญญาดั้งเดิมที่สืบทอดกันมา เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้ชายฝั่งและป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้ ชุมชนยังคงรักษาวัฒนธรรมอันงดงามไว้ เช่น การรำรองแง็ง ซึ่งเป็นการขับร้องและร่ายรำในภาษามลายู และประเพณีลอยเรือ (อารี ปือลาจั๊ก) เพื่อความเป็นสิริมงคลในการประกอบอาชีพ นอกจากนี้ยังมีศาลโต๊ะบาหลิว ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน เป็นพื้นที่ทางจิตวิญญาณที่คอยยึดเหนี่ยวครอบครัวและชุมชนให้เป็นหนึ่งเดียว รวมถึงช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมผ่านกติกาชุมชน
จากนั้น คณะเรียนรู้ภาคสนามฯ ได้เดินทางต่อไปยัง “ชุมชนเมืองเก่าลันตา” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ชุมชนศรีรายา” หรือ “Lanta Old Town” เป็นชุมชนเก่าแก่มีอายุนับร้อยปี จุดเด่นของที่นี่คือความหลากหลายทางเชื้อชาติและศาสนา ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยพุทธ ชาวไทยจีน และชาวไทยมุสลิม ซึ่งอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ดำรงชีวิตด้วยการประมงและค้าขาย มีความสัมพันธ์ช่วยเหลือเกื้อกูลกันเสมือนพี่น้อง
ส่วนกิจกรรมวันที่สอง เริ่มต้นตั้งแต่เช้าตรู่ คณะเรียนรู้ภาคสนามฯ ทำกิจกรรมร่วมกับวิสาหกิจท่องเที่ยวชุมชนบ้านทุ่งหยีเพ็ง ซึ่งเป็นองค์กรท้องถิ่นที่มุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ด้วยกิจกรรม “อาบอรุณ” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสความงามของธรรมชาติยามเช้า ผ่านการล่องเรือชมป่าชายเลน และทัศนียภาพอันงดงามของท้องทะเล นอกจากนี้ ชุมชนยังดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยลดการใช้พลังงาน คัดแยกขยะ เลือกใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น ลดปริมาณขยะอาหาร ใช้ภาชนะที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ และมีแผนที่จะนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้กับเรือ เพื่อทดแทนการใช้พลังงานเชื้อเพลิง และเพื่ออนุรักษ์ป่าชายเลน
จากนั้น นักศึกษาแบ่ง 5 กลุ่ม เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมฐานการเรียนรู้ 5 ฐาน ดังนี้
- ฐานที่ 1 สมุนไพรท้องถิ่น วิทยากรคือ คุณร่อเกม อดทน นักศึกษาได้เรียนรู้เกี่ยวกับชนิดของสมุนไพรในท้องถิ่น ลักษณะ กลิ่น สี รสชาติ และสรรพคุณ
- ฐานที่ 2 อาหารพื้นบ้าน วิทยากรคือ คุณสมร นาวาเดช นักศึกษาได้รู้จักการปรุงอาหารจากวัตถุดิบในท้องถิ่น เช่น ปลาทูแขก และผักลำเพ็ง
- ฐานที่ 3 สินค้าชุมชุมชน วิทยากรคือ คุณบุหลัน วังแพน นักศึกษาได้ฝึกการทำชาลำเพ็ง ซึ่งเป็นสินค้าชุมชนชนิดใหม่ที่กำลังนิยมในตลาดขณะนี้
- ฐานที่ 4 ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วิทยากรคือ คุณธีรพจน์ กษิรวัฒน์ นักศึกษาได้ทำความเข้าใจความเป็นมาของกลุ่มคนและพัฒนาการท้องถิ่นเกาะลันตา โดยเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ในระดับภูมิภาคและภาคพื้นทวีป
- ฐานที่ 5 การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ วิทยากรคือ คุณนราธร หงษ์ทอง นักศึกษาได้เรียนรู้นิยามการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ แนวทางการพัฒนา อุปสรรคและแนวทางการแก้ปัญหาจากประสบการณ์ของวิทยากร
จากนั้น นักศึกษาจะนำความรู้ที่กลุ่มตนได้รับจากวิทยากรมานำเสนอและสะท้อนคิดให้เพื่อนกลุ่มอื่นๆ ได้ฟัง ถือเป็นกระบวนการเรียนรู้แบบจิ๊กซอว์ ที่ผู้เรียนทุกคนจะช่วยกันต่อเติมความรู้ส่วนที่เพื่อนกลุ่มอื่นไม่มีจนกลายเป็นภาพความรู้ที่สมบูรณ์ด้วยตัวนักศึกษาเอง
กิจกรรมการเรียนรู้ครั้งนี้ สาขาวิชาภาษาไทย ต้องขอขอบพระคุณ คุณนราธร หงษ์ทอง ประธานวิสาหกิจท่องเที่ยวชุมชนบ้านทุ่งหยีเพ็ง ที่อนุเคราะห์เรื่องสถานที่ ฐานการเรียนรู้ และวิทยากรประจำฐานการเรียนรู้ แก่นักศึกษามา ณ โอกาสนี้