วันที่ 8 พฤษภาคม 2568 เวลา 09:00-14:00 น. ณ มหาวิทยาลัยชนชาติกว่างซี (Guangxi Minzu University: กวางสี) นครหนานหนิง มณฑลกวางสี สาธารณรัฐประชาชนจีน คณะผู้บริหารและคณาจารย์จากสำนักวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้เดินทางเข้าร่วมการประชุมหารือเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และขยายขอบเขตความร่วมมือทางวิชาการกับผู้บริหารของมหาวิทยาลัยชนชาติกว่างซี
คณะผู้แทนจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.จรัญ บุญกาญจน์ รองอธิการบดีและรักษาการแทนคณบดีสำนักวิชาศิลปศาสตร์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและคณาจารย์ ได้แก่ อาจารย์ ดร.กมลทิพย์ คล้ายบ้านใหม่ รองคณบดี, อาจารย์ธีรวัฒน์ กล่าวเกลี้ยง ผู้ช่วยคณบดีและอาจารย์สาขาวิชาภาษาไทย, อาจารย์อนุชสรา เรืองมาก อาจารย์สาขาวิชาภาษาไทย, อาจารย์ ดร.นุจรีย์ สุทธิพันธ์ และอาจารย์หมิงเวย หวง อาจารย์สาขาวิชาภาษาจีน ได้เข้าร่วมหารือความร่วมมือทางวิชาการอย่างสร้างสรรค์กับคณะผู้บริหารและคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยชนชาติกว่างซี โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภาวเรศ ฟูน้อย ผู้ช่วยคณบดีและอาจารย์สาขาวิชาภาษาจีน ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและล่าม
ในการนี้ มหาวิทยาลัยชนชาติกว่างซี นำโดย ศาสตราจารย์เกา ซิงยวี่ (Gao Xingyu) รองอธิการบดี ให้การต้อนรับและร่วมหารือพร้อมคณะผู้บริหารและคณาจารย์ ประกอบด้วย ศาสตราจารย์โจว เยี่ยนเซียน (Zhou Yanxian) ผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือและแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ และคณบดีวิทยาลัยการศึกษานานาชาติ, ศาสตราจารย์ลู่ เสี่ยวฉิน (Lu Xiaoqin) เลขาธิการพรรคประจำคณะอักษรศาสตร์ (School of Arts), ศาสตราจารย์จาง ยวี้เจิน (Zhang Yuzhen) รองผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือและแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ, อาจารย์ ดร.หยาง ย่านี (Yang Yani) ผู้ช่วยคณบดีคณะภาษาและวัฒนธรรมตะวันออกเฉียงใต้ และคุณลู่ ลี่ลี่ (Lu Lili) เจ้าหน้าที่ศูนย์ความร่วมมือและแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศและวิทยาลัยการศึกษานานาชาติ โดยมี อาจารย์เฉิน ซุน หยู (Chen Chunyu) หัวหน้าส่วนกิจการต่างประเทศ สำนักงานวิเทศสัมพันธ์ ทำหน้าที่เป็นล่ามฝ่ายมหาวิทยาลัยชนชาติกว่างซี
มหาวิทยาลัยชนชาติกว่างซี ตั้งอยู่ในนครหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง สาธารณรัฐประชาชนจีน ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2495 (ค.ศ. 1952) เป็นมหาวิทยาลัยที่ครอบคลุมหลากหลายสาขาวิชา และมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการศึกษาและวัฒนธรรมของชนกลุ่มน้อยในภูมิภาค ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมีความร่วมมือระหว่างประเทศกับสถาบันอุดมศึกษา 184 แห่ง ใน 22 ประเทศทั่วโลก ยิ่งไปกว่านั้น มหาวิทยาลัยยังมีสาขาวิชาภาษาไทยที่มีชื่อเสียงและประวัติยาวนานกว่า 60 ปี ซึ่งแสดงถึงความเชี่ยวชาญในการจัดการเรียนการสอนภาษาไทย ทั้งในระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา
การประชุมหารือเริ่มต้นด้วยศาสตราจารย์เกา ซิงยวี่ กล่าวต้อนรับคณะจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์อย่างอบอุ่น จากนั้น รองศาสตราจารย์ ดร.จรัญ บุญกาญจน์ ได้กล่าวขอบคุณ แนะนำภาพรวมของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พร้อมทั้งได้กล่าวเชิญผู้บริหารมหาวิทยาลัยชนชาติกว่างซี มาเยี่ยมเยือนมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในโอกาสอันเหมาะสม ต่อมา อาจารย์ ดร.กมลทิพย์ คล้ายบ้านใหม่ ได้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสำนักวิชาศิลปศาสตร์และหลักสูตรปริญญาเอกนานาชาติ รวมถึงแสดงเจตจำนงในการสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชนชาติกว่างซีใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตรร่วม การแลกเปลี่ยนคณาจารย์ และการแลกเปลี่ยนนักศึกษา
ในส่วนของสาขาวิชาภาษาไทย อาจารย์ธีรวัฒน์ กล่าวเกลี้ยง ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรภาษาไทยสำหรับผู้เรียนชาวต่างชาติ และได้เสนอแนวทางความร่วมมือที่เฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้นใน 5 ประเด็น อาทิ การแลกเปลี่ยนนักศึกษาไทยและจีนระหว่างสองสถาบัน การแลกเปลี่ยนคณาจารย์เพื่อการสอนและวิจัยร่วมกัน การดำเนินงานวิจัยเพื่อตีพิมพ์บทความในฐานข้อมูลนานาชาติ การร่วมกันพัฒนาตำราเรียน และการจัดสัมมนาทางวิชาการออนไลน์สำหรับทั้งคณาจารย์และนักศึกษาของทั้งสองมหาวิทยาลัย
ฝ่ายผู้บริหารมหาวิทยาลัยชนชาติกว่างซี ได้แสดงความสนใจอย่างยิ่งต่อข้อเสนอต่าง ๆ ที่นำเสนอในครั้งนี้ และได้เสนอให้มีการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding – MoU) ระหว่างสองสถาบันโดยเร็ว เพื่อให้กรอบความร่วมมือที่ได้หารือกันมีความชัดเจนและสามารถขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมต่อไปในอนาคตอันใกล้
นอกจากวาระการประชุมหารือ คณะผู้บริหารและคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ยังได้รับโอกาสเข้าเยี่ยมชมสถานที่สำคัญภายในมหาวิทยาลัยชนชาติกว่างซี อาทิ หอประวัติมหาวิทยาลัย และพิพิธภัณฑ์ภาษา ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลภาษาต่าง ๆ โดยเฉพาะภาษาจีนและภาษาของชนชาติพันธุ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งภาษาไทย ซึ่งได้รวบรวมไว้อย่างเป็นระบบและมีจำนวนมาก
ผลลัพธ์จากการหารือเชิงสร้างสรรค์ในวันนี้จะนำไปสู่การลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างมหาวิทยาลัยทั้งสองแห่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ที่สำคัญ ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตรร่วม การแลกเปลี่ยนคณาจารย์ การแลกเปลี่ยนนักศึกษา ตลอดจนความร่วมมือทางวิชาการอื่น ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ร่วมกันต่อไปในอนาคต